Search
  • Dr.Kaet

เลี้ยงลูกให้ออกมาได้ดี ต้องรู้จักกับ EF



สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องน่าสนใจมานำเสนอซึ่งสามารถอ่านได้ทั้งคนที่มีลูกอยู่แล้วและกำลังเลี้ยงดูอยู่ หรือคนที่ไม่มีลูกก็สามารถอ่านได้นะครับ เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆ ติดตัวไว้เผื่อการวางแผนในการมีลูกในอนาคต


ในในสมัยก่อนนั้น เรามักจะไม่ค่อยได้คุ้นชินกับคำว่า EF(Executive Functions) กันมากสักเท่าไรนัก เรามักจะได้ยินก็แต่คำว่า EQ(Emotional Quotient)


EF(Executive Functions) คืออะไร?

>>>> คือความสามารถของสมองและจิตใจที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อให้ถึงเป้าหมาย (Cr. ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร) <<<<


หลายๆครั้งที่เราเคยสงสัยว่าเพราะอะไรเด็กคนหนึ่งถึงได้ดีกว่าเด็กอีกคนหนึ่ง คำตอบอยู่ที่ EF นั่งเอง

โดย EF นั้นต้องประกอบด้วย 1 เรื่องของสมอง(เนื้อสมองในทางชีววิทยา) รวมไปถึง 2 อำนาจจิตใจ

ดังนั้นหากมีสมองที่ไม่ดีพอก็จะเสริมสร้าง EF ได้ยากกว่าปกติ


ทักษะสมอง EF ประกอบด้วย 9 ด้าน ได้แก่

• ทักษะการจำเพื่อใช้งาน (Working Memory)

• ทักษะยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibition)

• ทักษะยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility)

• ทักษะควบคุมอารมณ์ (Emotional Control)

• ทักษะจดจ่อใจใส่ (Focus/Attention)

• ทักษะติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring)

• ทักษะริเริ่มและลงมือทำ (Initialing)

• ทักษะวางแผนและจัดระเบียบดำเนินการ (Planning and Organizing)

• ทักษะมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence)


EF นั้นจะเกิดขึ้นมาเมื่อเด็กพบสถานการณ์ที่ท้าทายร่วมกับมีการวางแผนที่สลับซับซ้อนในการแก้ปัญหา หรือสถานการณ์ที่ท้าทายให้มีการคิดวิเคราะห์ โดย EF จะเกิดได้ดีเมื่อมีการลงมือทำด้วยมือเนื่องจากมีการกระตุ้นนิ้วมือและระบบประสาทสัมผัสไปที่สมอง การที่จะพัฒนา EF ได้ดีนั้นมีช่วงเวลาของมัน นั่นคือ ช่วงที่เด็กมีอายุน้อยกว่า 9-12 ปี เนื่องจากหลังเวลาดังกล่าวสมองจะเกิดกระบวนการ synaptic pruning ซึ่งเป็นการตัดแต่งวงจรประสาท วงจรไหนที่ใช้บ่อยก็จะถูกเก็บไว้ วงจรไหนที่ไม่ได้ใช้ก็จะถูกย่อยสลายไป วงจรประสาทที่รองรับ EF คือวงจรที่เราอยากให้คงอยู่คือการควบคุมตนเองให้ไปถึงเป้าหมาย


บรรได 7 ขั้นจาก EF


1) ช่วงอายุ 12 เดือนแรกต้องมีความไว้ใจ(trust) สร้างแม่ที่มีอยู่จริงขึ้นมา ทำได้ด้วยการเลี้ยงลูกด้วยตนเองให้ได้มากที่สุด ใช้เวลากับเด็กให้ได้มากที่สุด อุ้ม กอด บอกรัก ให้นม โอ๋ ทำความสะอาด จนเด็กเกิดความไว้ใจ พ่อ แม่ ไว้ใจโลก


2) ช่วงอายุ 2-3 ปี เป็นช่วงที่ต้องเน้นสร้างสายสัมพันธ์(Attachment) ให้ลูกรู้ว่ายังมีพ่อและแม่คอยให้กำลังใจอยู่เบื้อหลัง ไม่มีวันทอดทิ้งเราไปไหน


3) ช่วงปลายอายุ 3 ปี มีการสร้างตัวตน(Self) มีการแยกตัวตนออกมา เป็นตัวของตัวเอง แยกจากบุคคลอื่นโดยสิ้นเชิง


4) ช่วงอายุ 3-5 ปี เป็นช่วงที่สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง(Self esteem) เป็นช่วงที่เด็กจะทดสอบกติกาว่ามีอะไรบ้างที่สามารถทำได้ และมีอะไรบ้างที่ไม่สามารถทำได้ หากทำได้และมีคนคอยชื่นชมก็จะเกิด Self esteem ที่ดี มีความมั่นใจในตัวเอง


5) ช่วงอายุ 3-7 ปี เป็นช่วงที่มีการฝึกควบคุมตนเอง(Self control) ต้องรู้จักควบคุมตัวเองว่า อะไรบ้างสามารถทำได้ อะไรบ้างไม่สามารถทำได้ ไม่ทำตามอำเภอใจไปทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เรื่องใกล้ตัว ไปยังเรื่องภายในบ้าน และเรื่องสาธารณะ


6) ช่วงอายุ 3-7 ปี เป็นช่วงที่ฝึก EF ได้เป็นอย่างดีที่สุด ประกอบไปด้วยการควบคุมตนเอง การบริหารความจำใช้งาน(working memory) และการวิเคราะห์อย่างยืดหยุ่น โดยทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการลงมือทำ ลงมือเล่นเพื่อบรรลุเป้าหมาย หรือทำงานบางอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างเช่น การทำงานบ้าน เป็นต้น


7) ช่วงอายุ 7-20 ปี เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน เรียนรู้ทั้งวิธีการคิดวิเคราะห์ และเนื้อหาทางวิชาการโดยวิธีที่ดีในปัจจุบันที่โรงเรียนทันสมัยใช้นั่นคือ การสอนเด็กแบบ PBL(Problem-based Learning) คือการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้เรียน อาจเป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจหรือ มีความหมายกับผู้เรียนที่สามารถนำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้โดยปัญหา


หากว่าเราสามารถเลี้ยงเด็กได้ตามบรรได 7 ขั้นตามช่วงอายุผมเชื่อว่า เด็กที่ออกมานั้นจะสามารถเป็นเด็กที่ดี และเป็นเด็กที่เก่งได้ด้วยตัวเองในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะเด็กที่มี EF ดี จะสามารถควบคุมตนเองได้เป็นอย่างดี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตนเองวางไว้ ไม่วอกแวกไปในทางที่มิดีมิชอบ ถึงแม้จะไม่มีผู้ปกครองอยู่คอยควบคุมความประพฤติแล้วก็ตาม






Cr. หนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ EF โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

  • Instagram

©2020 by Blog | GeneusDNA.com