Search
  • Dr.Kaet

ยีนของจุลินชีพในร่างกายเราสำคัญไฉน ?

Updated: Aug 29



สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Microbiome หรือยีนของจุลินชีพ ที่มันเหล่านั้นอาศัยอยู่ร่วมกับร่างกายของเรามาตั้งแต่เกิด ว่าสิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบต่อสุขภาพของร่างกายเราได้มากน้อยแค่ไหน


หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่าจุลินชีพมาก่อน ใกล้ตัวที่สุดเลยแทบทุกคนคงจะเคยได้ยินว่าในนมเปรี้ยวพร้อมดื่มบางชนิดนั้นมีแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสอันมีประโยชน์แก่ร่างกายตามที่ได้โฆษณาไว้ คำศัพท์ที่ใช้กันบ่อยๆได้แก่


- Microbiota: จุลินชีพที่มีชีวิต(แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา) อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ


- Microbiome: สารพันธุกรรมทั้งหมดของจุลินชีพ ในสภาวะแวดล้อมนั้นๆ


เซลล์มนุษย์ทั้งร่างกายนั้นมีจำนวนรวมกัน 37 ล้านๆเซลล์ และมียีนทั้งหมด 23,000 ยีน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์จุลินชีพทั้งหมดที่อาศัยร่วมกับร่างกายเรานั้นมีทั้งหมดมากกว่า 1,500 สายพันธุ์ จำนวนเซลล์ของจุลินชีพรวมกันทั้งหมดมากกว่า 100 ล้านๆเซลล์ และมียีนรวมกันมากถึง 10,000,000 ยีน หากนำมาเปรียบเทียบเป็นกราฟเพื่อให้เห็นภาพว่าจำนวนระหว่างเซลล์และสารพันธุกรรม ระหว่างของคนและจุลินชีพมีปริมาณที่มากน้อยต่างกันแค่ไหนจะเป็นดังกราฟด้านล่างนี้ครับ โดยที่ให้แท่งสีฟ้าเป็นส่วนของมนุษย์ และแท่งสีเขียวเป็นส่วนของจุลินชีพ


Microbiota เหล่านี้มาจากไหน ?


จุลินชีพเหล่านี้อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์เรามานานมากแล้ว เป็นวิวัฒนาการร่วมกันตามธรรมชาติที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ว่ามีแต่เพียงมนุษย์ที่มีจุลินชีพเหล่านี้อยู่ แต่ในสัตว์อื่นๆนั้นก็มีด้วยเหมือนกัน เพียงแต่อาจจะเป็นจุลินชีพคนละสายพันธุ์กันนั่นเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่สัตว์คนละชนิดจะมีจุลินชีพที่ต่างกัน ขนาดว่าคนด้วยกันเองที่มีต้นกำเนิดมาจากคนละแห่งกัน ก็มีวิวัฒนาการร่วมกับจุลินชีพคนละสายพันธุ์กันด้วยนะครับ


Davenport et al. BMC Biology (2017)

Microbiome เหล่านี้มีผลโดยตรงกับการแสดงออกของยีนเรา ในการผลักดันให้ยีนของเราสามารถดำเนินไปในทางที่ดี หรือแย่ต่อสุขภาพ มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงหรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ โรคที่เกี่ยวภูมิคุ้มกันร่างกาย โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร โรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท รวมไปถึงเรื่องที่หลายๆคนกังวลกันอยู่ก็คือโรคอ้วนนั่นเองครับ ดังที่ผมได้เขียนไปเกี่ยวกับ เกิดมาพร้อมกับยีนไม่ดี ปรับไลฟ์สไตล์ช่วยได้ แผนภูมิด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่า Epigenetics มีผลต่อการผลักดันยีนให้แสดงออกมาเป็นตัวเราได้อย่างไร



การที่เราจะมีจุลินชีพตัวดีหรือตัวไม่ดีนั้น มันเริ่มขึ้นตั้งแต่แรกคลอดเลย เรามาดูกันครับว่ามีปัจจะอะไรบ้างที่ส่งผลต่อ Microbiota

  • การคลอดแบบธรรมชาติ หรือผ่าคลอด (หากคลอดธรรมชาติจะได้รับเชื้อตัวดีมาจากช่องคลอด)

  • การดูดนมจากมารดา (ได้รับเชื้อมาจากหัวนมและผิวหนังของมารดา)

  • อาหารที่รับประทาน (เชื้อตัวดีมักชอบอาหารที่มีกากใยสูง)

  • สิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่ (หากสะอาดเกินไปก็อาจจะมีเชื้อโรคตัวดีน้อยเกินไป)

  • โรคภัยไข้เจ็บและการได้รับยารักษา (หากได้รับยาฆ่าเชื้อ เชื้อตัวดีจะตายจากไปด้วย)

  • การสูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ การติดเชื้อต่างๆ

  • เพศ อายุ และดัชนีมวลกาย

อันที่จริงแล้วเชื้อเหล่านี้อาศัยอยู่เกือบทุกส่วนของร่างกายเรา แต่ตำแหน่งที่มันมาศัยอยู่มากที่สุด และมีผลต่อสุขภาพของเราโดยตรงมากที่สุดนั่นคือลำไส้ครับ เรามาดูกันครับหากว่าเรามีเชื้อไม่สมดุล (เชื้อตัวไม่ดีอยู่มาก)จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง

  • โรคภูมิแพ้

  • น้ำหนักเกิน (อ้วน)

  • โรคหอบหืด

  • โรคภูมิคุ้มกันตนเองบกพร่อง

  • ข้ออักเสบ

  • โรคกระดูกพรุน

  • ปัญหาผิวพรรณ เช่น สิวขึ้นผิดปกติ

  • โรคเกี่ยวกับอารมณ์ผิดปกติ

  • ความจำเสื่อม (Dementia)

  • โรคมะเร็ง

  • การอักเสบที่ผิดปกติ

การที่เชื้อในลำไส้ของเราเสียสมดุลไป มีชื่อทางการเรียกว่า Gut dysbiosis โดยจะมีลักษณะของเชื้อในลำไส้คือ

  1. มีจำนวนเชื้อตัวดีเหลืออยู่น้อย

  2. มีจำนวนเชื้อตัวร้ายอยู่มากเกิน

  3. มีความหลากหลายทางชีวภาพของเชื้อต่ำ



การเกิด Gut dysbiosis ส่วนมากเกิดมาจากการใช้ชีวิตที่ไม่ดีของเราเกือบทั้งสิ้น หลักๆเลยที่เราสามารถแก้ไขได้คือการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ (mediterranean diet) ต่อเชื้อตัวดีในลำไส้ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีรวมถึงสารพิษต่างๆ เช่น แอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการใช้ยาฆ่าเชื้อที่ซื้อตามร้านขายยาโดยไม่จำเป็น เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถรักษาเชื้อตัวดีของเราไว้ได้มากแล้วครับ


หากใครมีภาวะเสียสมดุลของเชื้อ (Dysbiosis) ไปแล้วไม่ต้องตกใจไปนะครับ เพราะยังพอมีทางแก้ไข

ในครั้งหน้าผมจะมาเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Prebiotic และ Probiotic ซึ่งเข้ามามีบทบาทในการปรับสมดุลของเชื้อจุลินชีพ รวมถึงหลักการต่างๆในการเลือกซื้ออาหารเสริมมาใช้





Reference :

Davenport et al. BMC Biology (2017)



  • Instagram

©2020 by Blog | GeneusDNA.com