Search
  • Dr.Kaet

Prebiotic Probiotic Synbiosis คืออะไรกันแน่ เลือกซื้ออย่างไรดี ?


สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากวันก่อนที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับ ยีนของจุลินชีพในร่างกายเราสำคัญไฉน ? ไปแล้วนั้น ท่านผู้อ่านคงจะได้ตระหนักถึงความสำคัญที่ชีวิตของคนเราต้องอาศัยอยู่ร่วมกับจุลินชีพเหล่านี้

เพราะว่าจุลินชีพเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเราเพียงแค่เรื่องของการขับถ่ายที่ดีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเรื่องอื่นๆอีกมากมายในการที่จะมีสุขภาพที่ดีมีส่วนช่วยป้องกัน บรรเทาและรักษาโรคต่างๆได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของจุลินชีพว่าจะมีความสามารถทางด้านไหนเป็นพิเศษอ้างอิงตามงานวิจัย


หากเรามีความไม่สมดุลเกิดขึ้นในลำไส้อันได้แก่ 1 เชื้อตัวดีน้อยลง 2 เชื้อตัวร้ายมากขึ้น 3 ความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินชีพน้อยลง ก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆตามมาครับ


ในเมื่อเรารู้ถึงความสำคัญแล้ว หลายๆคนคงอยากที่จะหาซื้อมารับประทานเป็นอาหารเสริมแล้วใช่ไหมครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำว่า เราควรที่จะเลือกซื้อ Prebiotic หรือ Probiotic อย่างไรถึงจะเหมาะสมสำหรับตัวเรามากที่สุด


Prebiotic นั้นคืออาหารของจุลินชีพชนิดดี และร่างกายของเราไม่สามารถย่อยหรือดูดซึมเอาไปใช้งานได้ โดยส่วนมากแล้ว Prebiotic จะเป็นสารชนิดคาร์โบไฮเดรต และมีบางส่วนที่ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต เช่น fatty acids phenolics และ phytochemicals โดยสารที่เป็น Prebiotic ชื่อดังได้แก่สาร oligosaccharides ที่สามารถเกิดการหมักได้ เช่น inulin, fructooligosaccharides(FOS) และ galactooligosaccharides (GOS) และนอกไปจากนั้นยังมีพวกไฟเบอร์ต่างๆ ที่เราได้รับจากการรับประทานผัก ผลไม้


แผนภาพแสดงถึงสารที่เป็น Prebiotic และไม่ใช่ Prebiotic

เมื่อทุกท่านได้ทราบดังนี้แล้ว แสดงว่าโดยปกติคนที่รับประทานผักและผลไม้อย่างเพียงพอ ก็จะได้รับสาร Prebiotic เข้าไปในร่างกายเป็นประจำอยู่แล้วจากกากใยต่างๆ แต่หากคิดว่ารับประทานผักและผลได้ไม่เพียงพอก็สามารถรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมต่างๆที่มีสาร FOS หรือ Inulin เพิ่มเติมได้เลยครับ


Probiotic หมายความถึงจุลินชีพตัวดีที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายของเรา ซึ่งใช้ในทางการแพทย์

โดยในปัจจุบันนั้นมี Probiotic ให้เลือกรับประทานเสริมได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆนั่นก็คือโยเกิต กิมจิ และข้าวหมาก ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนผ่านกรรมวิธีการหมักมาทั้งสิ้น โดยในแต่ละอาหารก็จะมีจุลินชีพที่เด่นๆคนละสายพันธุ์แตกต่างกันออกไป และเชื้อแต่ละตัวก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นเชื้อราที่ชื่อ Saccharomyces boulardii นั้นช่วยลดอุบัติการท้องเสียในเด็กที่ได้รับยาฆ่าเชื้อและช่วยลดอาการของโรคทางเดินอาหารผิดปกติ(IBS, Crohn's) เชื้อแบคทีเรีย lactobacillus fermentum me-3 ช่วยให้ร่างกายสร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระ(Glutathione)


ซึ่งยังมีเชื้ออีกหลายสายพันธุ์ก่อประโยชน์อีกเยอะแยะมากมาย หากใครอยากรู้เพิ่มเติมว่า ตัวไหนมีประโยชน์อย่างไรสามารถเข้าไปดูได้ที่ Application นี้ได้เลยนะครับ สามารถ Download ได้ทั้งใน iOS และ Android



เรามาต่อกันในเรื่องของการเลือกซื้อผลิตพันธ์ Probiotic กันดีกว่า ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อ


หลักการในการเลือกซื้อต้องดูตามนี้นะครับ

1 มีสายพันธุ์ของเชื้อ(Strain specified) ระบุไว้ชัดเจน
2 มีบอกจำนวนของเชื้อ(CFU หรือ Colony Forming Unit)
3 มีการการันตีว่าเชื้อจะอยู่รอดได้ถึงวันหมดอายุ
4 การเก็บรักษา เช่น ในตู้เย็น นอกตู้เย็น อุณหภูมิเท่าไร

ชื่อของสายพันธุ์นั้นมีผลอย่างมาก เนื่องจากเชื้อคนละ Strain กันนั้นส่งผลดี หรือมีข้อบ่งชี้ในการใช้ ในด้านที่แตกต่างกันออกไปเลยครับ รูปด้านล่างนี้เป็นลำดับการแสดงชื่อตาม Genus Sprcies และ Strain



Probiotic ด้านซ้ายนั้นให้ข้อมูลเชื้อได้มากกว่า (บอก Strain) / ทั้งสองบอกจำนวนเชื้อ (CFU)

มีการการันตีต่างๆว่าจะมีคุณภาพ มีบอกวันหมดอายุ มีบอกวิธีการเก็บรักษา

ลักษณะของ Probiotic ที่ดี ได้แก่


  • สามารถเดินทางผ่านกระเพาะอาหารซึ่งมีความเป็นกรดสูง เข้าไปถึงลำไส้ได้โดยยังมีชีวิต

  • สามารถเกาะกับเนื้อเยื่อผนังลำไส้ได้

  • สามารถมีชีวิตอยู่ในลำไส้ได้นาน

  • สามารถใช้ หรือย่อยสารอาหาร และสารอื่นๆ ที่เรารับประทานเข้าไปได้

  • ไม่มีพิษ ไม่ก่อให้เกิดโรค

  • มีประโยชน์กับ Host

  • อดทนต่อการขนส่งตั้งแต่โรงงาน มายังมือผู้บริโภค


Reference :

https://www.uptodate.com





  • Instagram

©2020 by Blog | GeneusDNA.com