Search
  • GeneusDNA

ตับกำจัดแอลกอฮอล์ไม่ได้ อันตรายกว่าที่คิด! พันธุกรรม คือ สาเหตุสำคัญ

Updated: Jun 6

หากไวน์เพียง 1 แก้ว หรือ เบียร์เพียง 1 กระป๋อง สามารถทำให้คุณมีอาการหน้าแดงได้ นั่นแสดงว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า คุณอาจมีพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถขับแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งอาการหน้าแดงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณแม้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “Alcohol flush reaction” บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับภาวะนี้ในทุกแง่มุม ทั้งอาการที่พบ และพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุ ซึ่งหากคุณมีพันธุกรรมนี้ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

ทุกครั้งที่ชนแก้ว คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเองอยู่รึเปล่า

ร่างกายเรากำจัดแอลกอฮอล์อย่างไร?

โดยปกติแล้ว ตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย โดยมีเอนไซม์ 2 ชนิดในตับ เป็นเอนไซม์หลักในการกำจัดแอลกอฮอล์ ได้แก่


1. แอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส (Alcohol dehydrogenase) หรือ ADH มีหน้าที่เปลี่ยนแปลลงแอลกอฮอล์ให้เป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อ อะซิทัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารก่อกลายพันธุ์และสารก่อมะเร็ง เป็นพิษต่อร่างกาย สามารถทำลาย DNA และก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้


2. แอลดีไฮด์ดีไฮโดรจีเนส (Aldehyde dehydrogenase) หรือ ALDH2 ทำหน้าที่รับช่วงต่อจากเอนไซม์ ADH ทำงานโดยการเปลี่ยนแปลงสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ที่ได้จากกระบวนการแรก ให้กลายเป็นสารที่ชื่อ อะซิเตท (acetate) ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัยและไม่มีพิษต่อร่างกาย ก่อนจะขับออกไป

นั่นก็หมายความว่า เอนไซม์ที่ชื่อ ALDH2 มีบทบาทสำคัญในการทำให้แอลกอฮอล์หมดความเป็นพิษไป ก่อนถูกขับออกจากร่างกายนั่นเอง



อาการหน้าแดงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากอะไร?

อาการหน้าแดงเกิดจากการสะสมของสารพิษ เนื่องจากตับไม่สามารถจำกัดสารพิษจากแอลกอฮอล์ได้

จากที่ได้พูดถึงไปแล้วว่า เมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารพิษที่ชื่อ อะซิทัลดีไฮด์ (acetaldehyde) ซึ่งในคนทั่วไป เจ้าสารพิษอะซิทัลดีไฮด์นี้จะถูกเอนไซม์ที่ชื่อ ALDH2 สลายอย่างรวดเร็วให้กลายเป็นสารที่ไม่มีพิษ ก่อนถูกขับออกจากร่างกาย


ดังนั้น ถ้าหากคนที่ร่างกายขาดแคลนเอนไซม์ ALDH2 ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปและแอลกอฮอล์ถูกเปลี่ยนเป็น สารพิษอะซิทัลดีไฮด์ ที่ตับแล้ว ร่างกายจะไม่สามารถเปลี่ยนสารพิษอะซิทัลดีไฮด์นี้ ให้กลายเป็นสารที่ไม่มีพิษเพื่อขับออกไปได้อย่างที่ควรจะเป็น จึงส่งผลให้เกิดการสะสมคั่งค้างของสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ในร่างกาย ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการหน้าแดงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าจะดื่มในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม


พันธุกรรม เกี่ยวข้องกับ การขับแอลกอฮอล์ อย่างไร?


อาการหน้าแดงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากร่างกายขาดแคลนเอนไซม์ ALDH2 หรือร่างกายไม่สามารถผลิตเอนไซม์นี้ได้ตามธรรมชาติ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก พันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า บนสาย DNA ของเรามียีนชนิดหนึ่งทำหน้าที่ควบคุมการสร้างเอนไซม์ ALDH2 ในร่างกาย ซึ่งยีนชนิดนี้ก็มีชื่อว่า ยีน ALDH2 เช่นกัน

หากมี การกลายพันธุ์ของยีน ALDH2 จะทำให้ร่างกายของคนคนนั้น ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ ALDH2 ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ตับไม่สามารถสลายพิษของสารอะซิทัลดีไฮด์ได้ เมื่อคนที่มีการกลายพันธุ์ของยีนนี้ดื่มแอลกอฮอล์แม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย จึงเกิดอาการหน้าแดง จากการสะสมตัวของสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ นั่นเอง

ปัจจุบันพบว่า กว่า 40% ของประชากรในเอเชียตะวันออกเผชิญกับภาวะ alcohol flush reaction โดยเฉพาะผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลี ภาวะ alocohol flush reaction จึงมักถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Asian flush”

อาการของ alcohol flush reaction สำหรับคนที่ขาดแคลนเอนไซม์ ALDH2 มักมีอาการเหล่านี้ หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อย


  • หน้าแดง คอแดง

  • หัวใจเต้นเร็ว

  • ปวดศีรษะ

  • คลื่นไส้ อาเจียน


คนที่ร่างกายกำจัดแอลกอฮอล์ไม่ได้ ควรงดหรืองดดื่ม เพื่อลดความเสี่ยงสุขภาพ

ขับแอลกอฮอล์ไม่ได้ อันตรายอย่างไร? นอกจากอาการหน้าแดงและอาการไม่สบายตัวจะสร้างความรำคาญให้กับเหล่านักดื่มแล้ว มันยังอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณมีความเสี่ยงต่อโรคและมะเร็งบางชนิดสูงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ที่สะสมในร่างกายนั้น สามารถสร้างความเสียหายแก่อวัยวะต่างๆ และยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้

ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า คนที่มีการกลายพันธุ์ของยีน ALDH2 ทำให้ร่างกายขาดแคลนเอนไซม์ชนิดนี้ มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะมะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพาะอาหาร โดยคนที่มีการกลายพันธุ์ของยีนนี้จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารสูงกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เท่ากัน

สิ่งที่น่าตกใจที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบก็คือ คนที่มีการกลายพันธุ์ของยีน ALDH2 หากดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าหรือเท่ากับ 33 ดื่มมาตรฐาน (standard drink)* ต่อสัปดาห์ จะทำให้ความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งหลอดอาหารเพิ่มสูงถึง 89 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบว่า คนที่มีภาวะ alcohol flush reaction มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 4 แก้วต่อสัปดาห์ เทียบกับคนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย ซึ่งโรคความดันโลหิตสูง ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่นำไปสู่โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

Alcohol flush reaction รักษาได้ไหม?

การขาดเอนไซม์ ALDH2 มีสาเหตุหลักมาจากพันธุกรรม ปัจจุบันจึงไม่มีวิธีที่จะรักษาให้หายขาดได้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ คนที่มีพันธุกรรมนี้ควรลดปริมาณของสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ ให้ร่างกายได้รับน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันผลเสียต่อสุขภาพที่อาจเกิดตามมา โดยนอกจากการลดหรืองดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว การลดปริมาณกาแฟและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสมลพิษในอากาศและควันบุหรี่ ก็สามารถช่วยลดการสะสมของสารพิษอะซิทัลดีไฮด์ในร่างกายได้เช่นกัน

สำหรับคนทั่วไป ดื่มแอลกอฮอล์เท่าใด จึงจะปลอดภัย?

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากกว่า 5% ทั่วโลก และยังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ กว่า 200 โรค รวมถึงการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ที่มักมีสาเหตุมาจากผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มในปริมาณมาก ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • โรคตับ

  • มะเร็งบางชนิด

  • โรคความดันโลหิตสูง

  • โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

  • ความจำเสื่อม

  • โรคติดสุราเรื้อรัง

Dietary Guidelines for Americans แนะนำว่า หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หรือดื่มไม่เกินปริมาณแอลกอฮอล์ในระดับการดื่มปานกลาง (moderate alcohol drinking) ซึ่งเป็นปริมาณที่อาจไม่ทำให้เกิดโทษและอันตรายต่อร่างกาย คือ

  • ไม่เกิน 1 ดื่มมาตรฐาน (1 standard drink)* ต่อวัน สำหรับผู้หญิง

  • ไม่เกิน 2 ดื่มมาตรฐาน (2 standard drinks)* ต่อวัน สำหรับผู้ชาย

นอกจากนี้ Guidelines ไม่แนะนำให้ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ เริ่มดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น


*1 ดื่มมาตรฐาน (1 standard drink) เท่ากับ

  • ไวน์ 1 แก้ว (5 ออนซ์) 12% alcohol content

  • เบียร์ 1 กระป๋องหรือ 1 ขวดเล็ก (12 ออนซ์) 5% alcohol content

  • สุรา (เช่น ยิน รัม วอดก้า หรือวิสกี้) 1 แก้วช็อต (1.5 ออนซ์) 40% alcohol content


1 ดื่มมาตรฐานเท่ากับไวน์ 1 แก้ว

แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า มีพันธุกรรมนี้รึเปล่า?

ชุดตรวจสุขภาพจากดีเอ็นเอ 170+ รายการ จะช่วยให้ทราบว่า คุณมีการกลายพันธุ์ของยีน ALDH2 หรือไม่ ซึ่งพันธุกรรมนี้ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดอาการหน้าแดง ยังส่งผลให้ความเสี่ยงสุขภาพ รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ


ถึงแม้ว่าพันธุกรรมเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่การรู้ DNA จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เพื่อลดหรือป้องกันความเสี่ยงที่เป็นผลมาจากพันธุกรรมได้ สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่า อาการหน้าแดงหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่า ถึงเวลาที่คุณจะหยุดดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนค่ะ


สอบถามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อ ชุดตรวจสุขภาพจากดีเอ็นเอ 170+ รายการ ได้ที่นี่

0 views
  • Instagram

©2020 by Blog | GeneusDNA.com